วัดบึง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๙) อยู่ภายในกำแพงเมืองนครราชสีมา เลขที่ ๘๒ ถนนจอมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีอาณาเขตทิศหรือติดกับถนนจอมพล ทิศใต้ติดกับถนนมหาดไทย ทิศตะวันออกติดกับสถานีกาชาดและที่ดินเอกชน มีกำแพงล้อมรอบวัด มีประตูเข้าออกทั้ง ๔ ด้าน มีถนนภายในวัดเชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด การคมนาคมและการเข้าออกภายในบริเวณวัดสะดวก เป็นวัดใหญ่เก่าแก่ที่มีความสำคัญ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดนครราชสีมามาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน สร้างเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๒๒๐ ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ภายในบริเวณวัดจึงประกอบไปด้วยศิลปะและโบราณวัตถุ สถานที่ทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและศิลปกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น พระอุโบสถ ตู้พระธรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เป็นต้น ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ ได้รับการอนุรักษ์ปรับปรุงและปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพเดิมตลอดมา โดยเหตุที่วัดนี้ตั้งอยู่กลางบึง จึงเรียกกันว่า "วัดบึง"        

 

อุโบสถของวัด สร้างเป็นทรงเรือสำเภา มีองค์ประกอบครบถ้วนที่ทรงคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม เป็นโบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาล ควรแก่การอนุรักษ์ไว้ชั่วกาลนาน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๒๓๐  อุโบสถทรงเรือสำเภาของวัดนี้มีความสวยสดงดงามและมีความวิจิตรพิสดาร ในจังหวัดนครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ ยังคงเหลืออยู่เพียงหลังเดียวเท่านั้น ซึ่งสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมโบราณชิ้นสุดท้ายของชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่พอจะเป็นที่เชิดชูเกียรติให้ปรากฏแก่งสังคมได้
วัดบึงนี้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นวัตถุที่เจ้านายหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้นสร้างขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานทางโบราณคดีทั้งทางด้านศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมคือ พระอุโบสถ พระประธาน ใบเสมา และองค์ประกอบอื่นๆ ตามที่กล่าวแล้ว และเพราะมีจริยาวัตรที่ถือปฏิบัติสืบกันมาตั้งแต่โบราณกาลกระทั่งปัจจุบันว่า พระสงฆ์สามเณรและผู้ที่อาศัยอยู่ในวัดบึง จะต้องเป็นผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบมีสัมมาคารวะ มีระเบียบวินัย และรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเรียกว่า ผู้ดี จึงจะอาศัยอยู่ในวัดได้นาน จนได้รับสมญานามว่า "วัดบึงขุนนาง"





สิ่งปลูกสร้างภายในวัด
วัดบึงมีสิ่งปลูกสร้างอันเป็นสาธารณูปการภายในวัด จำแนกประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
ก. ประเภทปูชนียวัตถุ มี ๓ ประการ คือ
๑.  พระอุโบสถ  ก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๑๒.๑๕ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สูง ๓๐ เมตร หลังคาลาด ๔ ชั้น เครื่องบนเป็นไม้ มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ฐานมีลวดลายบัวโค้งเป็นฐานสำเภา เรียกตามภาษาช่างว่า โค้งปากตะเภา สองข้างผนังชั้นนอก มีคันทวยข้างละ ๖ ตัว รวม ๑๒ ตัว ทำเป็นรูปนาคแกะสลักไม้ประดับด้วยกระจกสี ประตูทางเข้าด้านหน้ามี ๓ ประตู ด้านหลังมี ๒ ประตู อกเลาประตูแกะสลักลวดลายไทย มีหน้าต่างด้านละ ๕ ช่อง รวม ๑๐ ช่อง
เครื่องบนของพระอุโบสถด้านทิศตะวันออก หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ตรงกลาง รอบข้างเป็นลายก้านขด ส่วนทิศตะวันตกหน้าบันเป็นรูปพระวิษณุ ทรงครุฑวาหนะอยู่ท่ามกลางก้านลายขด มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ประดับด้วยกระจกสี
ภายในพระอุโบสถ  เพดานตีด้วยไม้แผ่นทาสี มีเสากลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง๑ เมตร 

เป็นเสากลมบัวหัวเสาเป็นรูปบัวจงกล จำนวน ๖ คู่ รวม ๑๒ ต้น ปูพื้นด้วยหินอ่อน ภายนอกพระอุโบสถ มีเสมาหินทรายทั้ง ๘ ทิศ และเป็นเสมาคู่ ประดิษฐานอยู่บนฐานซึ่งตอนล่างเป็นฐานสิงห์ ตอนบนเป็นบัวเกษร 
ลานรอบพระอุโบสถ ปูด้วยกระเบื้องดินเผาด่านเกวียน มีกำแพงล้อมรอบ ก่อด้วยอิฐถือปูน มีเหล็กดัดอยู่ตอนบนประดับไว้สวยงาม 
รอบหลังคาพระอุโบสถ ประดับด้วยกระดิ่งใบโพธิ์ใหญ่น้อย รวมทั้งสิ้น ๑๖๐ รูป
ราวบันได้ ปั้นเป็นรูปพญานาคแกะสลักด้วยหินทราย คือ ช่องกลางทางทิศตะวันออกปั้นเป็นรูปพญานาค ๗ เศียร อีก ๔ บันไดนอกนี้ ปั้นเป็นรูปพญานาค ๕ เศียร
๒. พระพุทธรูป  พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ประจำพระอุโบสถ มีดังนี้
              ๒.๑ พระประธาน  พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๖ ศอก ประทับนั่งขัดสมาธิราบพระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย พระพักตร์ค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีไรพระศก ขมวดพระเกศาเป็นรูปก้นหอยขนาดเล็ก ครองจีวรห่มเหลือง ชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายสังฆาฏิตัดตรง มียอดรัศมีเปลว ฐานเขียนลายรดน้ำบัวคว่ำบัวหงาย ลงรักปิดทอง เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 





 



           ๒.๒ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร  เป็นพระพุทธรูปศิลปกรรมสมัยลพบุรี สูง ๖๒ นิ้ว ประดิษฐานอยู่รอบองค์พระประธาน จำนวน ๖ องค์
           ๒.๓ พระพุทธรูปปางนาคปรก  เป็นพระพุทธรูปศิลปกรรมสมัยลพบุรี ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๕ นิ้ว สูง ๓ ฟุต ๕ นิ้ว ประดิษฐานอยู่หน้าพระประธาน จำนวน ๑ องค์
    ๓.  เจดีย์   สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน สร้างพร้อมกันกับพระอุโบสถและพระประธาน มีขนาดกว้าง -  ยาว ๑๐ เมตร สูง ๒๕ เมตร ฐานสูง ๓ เมตร มีรูปปั้นสิงห์คู่ประดับอยู่ด้านหน้าทางทิศตะวันออกเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิของอดีตเจ้าอาวาสวัดบึง และอัฐิของบรรพบุรุษวัดบึง ได้ทำการปฏิสังขรณ์ดังนี้
           ๓.๑ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ พระมงคลสีหราชมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดบึงและเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการบูรณะใหม่ทั้งองค์
          ๓.๒ เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ พระปทุมญาณมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดบึงและที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการปฏิสังขรณ์ยกฉัตรเจดีย์ขึ้น ซ่อมแซมกำแพงแก้วเป็นเหล็กดัด ซ่อมแซมคอระฆังตลอดถึงยอดเจดีย์ และใช้ทองทาเป็นสีเหลืองอร่ามงามทั้งองค์